วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556


บันทึกอนุทิน
วัน/เดือน/ปี 30 สิงหาคม 2556 
ครั้งที่ 11 เวลาเรียน 13.10 น. - 16.40 น. 
เวลาเข้าสอน 13.10 น.  เวลาเข้าเรียน 13.10 น.    เวลาเลกเรียน 16.40 น.

                วันนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มกัน  กลุ่มละไม่เกิน 5 คน โดยอาจารย์ให้ทำสื่อพัฒนาทางภาษา โดยกลุ่มข้าพเจ้า มี 7 คน แต่ทำงาน2 ชิ้น โดยชิ้นแรกเป็นสื่อเกี่ยวกับการประสมรูปภาพให้เป็นคำ และชิ้นที่สอง เป็นสื่เกี่ยวกับ การวาดรูปปลาวาฬตามจุด A-Z 



กำลังวางแผนกันและช่วยกันคิดว่าจะทำสื่อแบบไหนดี 



 

ช่วยกันระบายสี





ระบายสี 3 คน ก็ยังไม่เสร็จ 




 ฝีมือกลุ่มข้าพเจ้าเอง เกมประสมรูปภาพ





อีกหนึ่งสื่อ  เกมวาดปลาวาฬ




     เมื่อทำเสร็จกนทุกกลุ่ม อาจารย์ก็ให้ออกไปนำเสนอว่ากลุ่มของตนเองเป็นสื่อแบบไหน 



กลุ่มข้าพเจ้าออกไปนำเสนอ




นำเสนออีกหนึ่งชิ้น 




                    สิ่งที่ได้รับในวันนี้คือ การได้ทำงานกันเป็นกลุ่ม การวางแผนการทำงาน การช่วยกันคิด การช่วยเหนือซึ่งกันและกัน การแบ่งหน้าที่กันในการทำงาน 







บันทึกอนุทิน
วัน/เดือน/ปี  23 สิงหาคม 2556
ครั้งที่10 เวลาเรียน 13.10 น. -16.40 น. 
เวลาเข้าสอน 13.10 น.   เวลาเข้าเรียน 13.10 น.    เวลาเลิกเรียน 16.40 น. 
        
                         วันนี้อาจารย์สอนเรื่องสื่อการเรียนรู้ทางภาษา โดยมีความหมาย ความสำคัญของสื่อการเรียนรู้ ประเภทของสื่อการสอน โดยมีเนื้อหาดังนี้ 
     ความหมายของสื่อการเรียนรู้ทางภาษา 
- วัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการต่างๆ
- เพื่อกระตุ้น ส่งเสริม จูงใจ ให้เด็กเกิดความสนใจ
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ทางภาษา 
- เครื่องมือที่ครูกำหนดขึ้นเพื่อถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเนื้อหา ประสบการณ์ แนวคิด ทักษะ เจตคติ 

ความสำคัญของสื่อการเรียนรู้ทางภาษา
- เด็กเรียนรู้ได้ดีจากประสาทสัมผัส
- เข้าใจได้ง่าย
- เป็นรูปธรรม
- จำได้ง่าย เร็ว และนาน

ประเภทของสื่อการสอน
1.สื่อสิ่งพิมพ์
- สื่อที่ใช้ระบบการพิมพ์
- เด็กได้เรียนรู้ตัวอักษร การใช้คำ ประโยค
- หนังสือนิทาน หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ นิตยสาร แบบฝึกหัด พจนานุกรม
2. สื่อวัสดุอุปกรณ์
- สิ่งของต่างๆ
- ของจริง หุ่นจำลอง แผนที่ แผนภูมิ ตาราง สถิติ กราฟ สมุดภาพ หุ่นมือ
3. สื่อโสตทัศนูอุปกรณ์
-สื่อที่นำเสนอด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์
- คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นแผ่น
4. สื่อกิจกรรม
- วิธีการใช้ในการฝึกปฏิบัติ ทักษะ
- ใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์
- เกม เพลง การสาธิต สถานการณ์จำลอง การแสดงละคร การจัดนิทรรศการ การแสดงผลงาน ทัศนศึกษา
5. สื่อบริบท
- สื่อที่ต้องส่งเสริมการจัดประสบการณ์
- สภาพแวดล้อม
- ห้องเรียน บุคคล ชุมชน วัฒนธรรม

        วันนี้ยังให้เล่นเกม อาจารย์เปิดเสียงสัตว์ให้ฟัง แล้วให้ทายว่าเสียงที่เราได้ยินคือเสียงอะไร โดยเกมนี้    -ได้ฝึกทักษะการฟัง
       - ผ่านทักษะการคิด
       - ได้ทักษะการพูดเมื่อเราพูด
       - ประสบการณ์เดิม

วันนี้ยังให้ทำสื่อการเรียนรู้ทางภาษาอีกด้วย ด้วยให้เราวาดรูปอะไรก็ได้ แล้วสื่ออกมาว่าจะสื่อเป็นภาษาแบบไหน เช่น ภาษาอังกฤษ




       








สิ่งที่ได้รับจากวันนี้ ได้รู้ความหมายเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ทางภาษา และยังได้ทำสื่อ เป็นสื่อที่ยังไม่เคยทำมาก่อน  และยังนำสื่อที่ได้ทำมา นำไปสอนเด็กอีกด้วย











วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556



บันทึกอนุทิน
วัน/เดือน/ปี   16 สิงหาคม 2556
ครั้งที่ 9   เวลาเรียน 13.10 น. -16.40 น.
เวลาเข้าสอน 13.10 น.    เวลาเข้าเรียน 13.10 น.    เวลาเลิกเรียน 16.40 น.
  
             วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มกัน ให้ทำงานเกี่ยวกับอาเซียน ซึ่งกลุ่มข้าพเจ้านั้นได้ทำหุ่นนิ้วมือเกี่ยวกับประเทศทั้งหมด 10 ประเทศ 



ผลงานของกลุ่มข้าพเจ้า หุ่นนิ้วอาเซียน




สมาชิกกลุ่มของข้าพเจ้า




                         สิ่งที่ได้จากการเรียนในวันนี้ คือได้ช่วยกันทำงานเป็นกลุ่ม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การแบ่งหน้าที่และเวลาให้ถูกต้องและเหมาะสม  ทำให้การทำงานเป็นกลุ่มนี้จะช่วยให้อนาคตภายหน้าเราทำงานกับคนอื่นได้  




วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทิน 
วัน/เดือน/ปี  9 สิงหาคม 2556
ครั้งที่ 8  เวลาเรียน 13.10 น. - 16.40 น.
เวลาเข้าสอน 13.10 น.  เวลาเข้าเรียน 13.10 น.   เวลาเลิกเรียน 16.40 น. 

           วันนี้อาจารย์ให้ช่วยกันแต่งนิทาน โดยแต่งจากเพื่อนๆทั้งหมดในห้อง โดยมีชื่อเรื่องคือ บทเรียนของกระต่ายน้อย  มีเนื้อเรื่องของนิทานดังนี้
                 มีครอบครัวกระต่ายอยู่ครอบครัวหนึ่ง สร้างบ้านอยู่ในทุ่งหญ้าสีเขียว ครอบครัวกระต่ายประกอบด้วย พ่อแม่ กระต่าย และลูกกระต่ายอีก 2 ตัว น้องกระต่ายชอบแย่งแครอทพี่กระต่าย และตัวพี่กระต่ายก็ยอมเสียสละให้น้องกระต่ายเสมอ  เพราะเชื่อคำที่พ่อแม่สอน แต่ตัวน้องกระต่ายก็เอาแต่ใจมากเกินไป ต้องให้พี่ยอมน้องทุกเรื่อง 
                 แต่แล้ววันหนึ่ง มีกระรอกตัวหนึ่ง มาแย่งแครอทของน้องกระต่ายไป น้องกระต่ายก็เลยร้องไห้ พี่กระต่ายก็เลยเอาแครอทของตัวเองมาให้น้อง น้องเกิดสงสัยว่าทำไมพี่ถึงเอาแครอทของพี่มาให้  พี่กระต่ายก็บอกว่า เราเป็นพี่น้องกัน เราก็ต้องแบ่งปันกัน น้องกระต่ายก็เลยหัก แครอทแบ่งกับพี่กระต่ายคนละครึ่ง และหลังจากนั้นน้องกระต่ายก็ไม่เอาแต่ใจอีกเลย 
    เมื่อแต่งนิทานเสร็จอาจารย์ก็ให้แบ่งกลุ่มกันทำว่ากลุ่มไหนจะวาดรูปนิทานหน้าไหน โดยกลุ่มข้าพเจ้าได้ทำหน้าปก และ หน้าแรก



 

กลุ่มข้าพเจ้า หน้าปก กับหน้าที่1 






กลุ่มข้าพเจ้า ช่วยกันระบายสี



ข้าพเจ้า เขียนเนื้อเรื่องนิทาน หน้าที่ 1







หน้าปก กลุ่มข้าพเจ้า 




ทุกๆกลุ่ม 






หน้าปก



หน้าที่ 1

                                     สิ่งที่ได้ในวันนี้ คือ วันนี้ได้ช่วยกันแต่งนิทาน ได้ความคิดสร้างสรรค์ ได้จินตนาการ ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเพื่อนในกลุ่ม ได้บริหารเวลา 






วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทิน
วัน/เดือน/ปี  26 กรกฎาคม 2556
ครั้งที่7  เวลาเรียน 13.10 น. - 16.40 น.
เวลาเข้าสอน 13.10 น.   เวลาเข้าเรียน 13.10 น.      เวลาเลิกเรียน  16.40 น. 
              
              วันนี้อาจารย์ให้วาดรูปอะไรก็ได้ ที่ตนเองอยากวาดและระบายสีให้สวยงาม โดยข้าพเจ้าวาดหมีคุมะ  พอวาดเสร็จอาจารย์ก็ให้นำภาพที่เราวาดนั้น และของเพื่อนทุกๆคนไนห้องนำมาเล่านิทานโดยให้คนแรกเอาไปแล้วเล่าเริ่มต้นจากรูปที่ตนเองวาดแล้วคนต่อๆไปก็เล่าต่อจนถึงคนสุดท้าย พอเล่านิทานเส ร็จ อาจารย์ก็ได้สอนเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินโดยมีเนื้อหาดังนี้
การประเมิน 
1.ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย 
2.เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก
    -บันทึกสิ่งที่เด็กทำได้
    -ทำให้สามารถส่งเสริมเด็กให้ก้าวไปสู่พัฒนาการทางภาษาในระดับที่สูงขึ้นได้
3.ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย
4.ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง
5.ครูให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลงาน
6.ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล
ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางภาษา
-การเขียนตามคำบอกของเด็ก
-ช่วยเด็กเขียนบันทึก
-อ่านนิทานร่วมกัน
-เขียนประกาศเพื่อแจ้งข่าว เตือนความจำ
-อ่านคำคล้องจอง
-ร้องเพลง
-เล่าสู่กันฟัง
-เขียนส่งสารถึงกัน
วันนี้อาจารย์ให้ทำกิจกรรมเล่นเกมและวันนี้อาจารย์ก็เล่านิทานให้ฟัง 2 เรื่อง โดยเป็นนิทานที่เล่าไปวาดไป โดยเล่านิทานเรื่องที่1 รูปออกมาเป็นรูป สุนัขจิ้งจอก และเรื่องที่ 2 รูปออกเป็นรูป แมลงเต่าทอง 

   สิ่งที่ได้รับในวันนี้คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ว่าเราสามารถเล่านิทานต่อจากเพื่อนยังไง และได้เรียนรู้ถึงการประเมิน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตเมื่อเราไปฝึกสอนหรือทำงานได้







 กิจกรรม เล่านิทานต่อกันเป็นเรื่องราว 
ข้าพเจ้าวาดรูปหมีคุมะ 



เกมที่อาจารย์ให้เล่น 




เฉลยเกม




เล่าไปวาดไป






เล่าไปวาดไป 














วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


บันทึกอนุทิน
วัน/เดือน/ปี 19 กรกฎาคม  2556
ครั้งที่6  เวลาเรียน 13.10 น. - 16.40 น.
เวลาเข้าสอน 13.10 น.   เวลาเข้าเรียน 13.10 น.   เวลาเลิกเรียน 16.40 น.
           วันนี้อาจารย์สอนเรื่อวแนวทางการจัดประบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย มีเนื้อหาดังนี้

1.การจัดประสบการณ์ทางภาษาที่เน้นทักษะทางภาษา (Skill Approch)
-ให้เด็กรู้จักส่วนย่อยๆของภาษา
-การประสมคำ
-ความหมายของคำ
-นำคำมาประกอบเป็นประโยค
-การแจกลูกสะกดคำ การเขียน
เช่น กอ-อา-กา      หอ-อู-หู          งอ-อู-งู      ถอ-อู-ถู
  • ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติการใช้ภาษาของเด็ก
  • ไม่สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก

              Kenneth Goodman
-แนวทางการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
-มีความเชื่อมโยงระหว่างภาษากับความคิด
-แนวทางการสอนมีพื้นฐานมาจากการเรียนรู้และธรรมชาติของเด็ก
             ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
-สนใจ อยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบๆตัว
-มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
-ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
-ช่างสงสัย ช่างซักถาม
-เลียนแบบคนรอบข้าง

2.การสอนภาษาแบบธรรมชาติ (Whole  Language)
ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
Dewey / Piaget / Vygotsky / Haliday
-เด็กเรียนรู้ภาษาจากประสบการณ์และการลงมือกระทำ
-เด็กเรียนรู้จากกิจกรรม การเคลื่อนไหวของตนเองและการได้สัมผัสจับต้องกับสิ่งต่างๆแล้วสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง
-อิทธิพลของสังคมและบุคคลอื่นมีผลต่อการเรียนรู้ภาษาของเด็ก

การสอนภาษาธรรมชาติ
  • สอนแบบบูรณาการ/องค์รวม(ไม่เรียนเป็นรายวิชา)
  • สอนในสิ่งที่เด็กสนใจและมีความหมายสำหรับเด็ก
  • สอนสิ่งที่ใกล้ตัวเด็กและอยู่ในชีวิตประจำวัน
  • สอดแทรกการฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ไปพร้อมกับการทำกิจกรรม
  • ไม่เข้มงวด กับการท่องสะกด 
  • ไม่บังคับให้เด็กเขียน

หลักการของการสอนภาษาแบบธรรมชาติ 
1.การจัดสภาพแวดล้อม
-ตัวหนังสือที่ปรากฏในห้องเรียนจะต้องมีเป้าหมายในการใช้จริงๆ
-หนังสือที่ใช้จะต้องเป็นหนังสือที่ใช้ภาษาที่มีความหมายสมบรูณ์ในตัว
-เด็กจะต้องมีส่วนในการจัดสภาพแวดล้อม
2.การสื่อที่มีความหมาย
-เด็กสื่อสารโดยมีพื้นฐานจากประสบการณ์จริงๆ
-เด็กอ่านและเขียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย
-เด็กได้ใช้เวลาในการอ่านและเขียนตามโอกาส
3.การเป็นแบบอย่าง
-ครูอ่านและเขียนโดยมีจุดมุ่งหมายในการใช้ให้เด็กเห็น
-ครูเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็นว่าการอ่านเป็นเรื่องสนุก
4.การตั้งความคาดหวัง
-ครูเชื่อมั่นว่าเด็กมีความสามารถในการอ่านและการเขียน
-เด็กสามารถอ่าน เขียนได้ดีและถูกต้องยิ่งขึ้น
5.การคาดคะเน
-เด็กมีโอกาสที่จะทดลองกับภาษา
-เด็กได้คาดเดาหรือคาดคะเนคำที่จะอ่าน
-ไม่คาดหวังให้เด็กอ่านและเขียนได้เหมือนผู้ใหญ่
6.การใช้ข้อมูลย้อนกลับ
-ตอบสนองความพยายามในการใช้ภาษาของเด็ก
-ยอมรับการอ่านและการเขียนของเด็ก
-ตอบสนองเด็กให้เหมาะสมกับสถานการณ์
7.การยอมรับนับถือ
-เด็กมีความแตกต่างระหว่างบุคคล
-เด็กได้เลือกกิจกรรมที่จะเรียนรู้ด้วยตเอง
-ในช่วงเวลาเดียวกันเด็กไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมอย่างเดียวกัน
-ไม่ทำกิจกรรมตามลำดับขั้นตอน
8.การสร้างความรู้สึกเชื่อมั่น
-ให้เด็กรู้สึกปลอดภัยที่ใช้ภาษา
-ครูจะต้องทำใหเด็กไม่กลัวที่จะขอความช่วยเหลือ
-ไม่ตราหน้าเด็กว่าไม่มีความสามารถ
-เด็กมีความเชื่อมั่นว่าตนมีความสามารถ

 ผู้ถ่ายทอดความรู้ ---> ผู้อำนวยความสะดวก ---> ผู้ร่วมทางการเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเด็ก

               บทบาทครู
-ครูคาดหวังเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน
-ใช้ประสบการณ์ตรงในการสนับสนุนการอ่าน การเขียน
-ครูยอมรับกับความไม่ถูกครบถ้วน ของเด็ก
-ครูสร้างความสนใจในคำและสิ่งพิมพ์

       
               สิ่งที่ได้ในวันนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสอนแบบธรรมชาติ ทำให้รู้ว่าการสอนเด็กให้เขียนและอ่านเป็นนั้น เราไม่ควรคาดหวังในตัวเด็กมาก เพราะ เด็กแต่ละคนอาจจะเขียนได้บ้างไม่ได้บ้าง เขียนถูกบ้างเขียนผิดบ้าง เขียนกลับหัวบ้าง เราต้องเข้าใจและสอนอันที่ถูกให้กับเด็ก เราไม่ควรดุด่าเด็กเพราะอาจทำให้เด็กไม่กลัวเขียนหรือกล้าอ่านหนังสือเพราะกลัวว่ากลัวเขียนผิดกลัวอ่านผิดแล้วจะโดนด่า และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตเมื่อเราได้ไปฝึกสอน                   










วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


บันทึกอนุทิน
วัน/เดือน/ปี   12 กรกฎาคม 2556
ครั้งที่5  เวลาเรียน 13.10 น. - 16.40 น.
เวลาเข้าสอน 13.10 น.    เวลาเข้าเรียน 13.10 น.    เวลาเลิกเรียน 16.40 น.

          วันนี้เพื่อนกลุ่มที่ยังไม่นำเสนออาทิตย์ที่แล้ว ออกมานำเสนอพาวเวอร์พ้อย คือกลุ่ม 8 ในหัวข้อ เรื่องพัฒนาการ โดยมีเนื้อหาดังนี้ พัฒนาการคือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงด้านวุฒิภาวะของอวัยวะระบบต่างๆและตัวบุคคล ทำให้เพิ่มความสามารถของระบบและบุคคลให้ทำหน้าที่่างๆได้อ่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำสิ่งที่ยากให้ซับซ้อนิ่งข้นให้ลอดการเพิ่มทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับของบุคคลนั้น
วันนี้อาจารย์ให้ทำกิจกรรมโดยให้วาดรูปสิ่งที่ตนเองรักที่สุดในวัยเด็กโดยของที่ข้าพเจ้าที่สุดคือชุดนอนโดเรม่อน ที่น้าเป็นคนให้เป็นของขวัญวันเกิด
และวันนี้อาจารย์ก็ได้สอนเกี่ยวกับเรื่อง องค์ประกอบของภาษาแนวคิดนักการศึกษา โดยมีเนื้อหาดังนี้
1.Phonology
- คือระบบเสียงของภาษา
-เสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมาย
-หน่วยเสียงที่จะประกอบของเป็นตำในภาษา
2.Semantic
-คือความหมายของภาษาและคำศัพท์
-คำศัพท์บางคำสามารถมีได้หลายความหมาย
-ความหมายเหมือนกันแต่ใช้คำศัพท์ต่างกัน
3.Syntax
-คือระบบไวยากรณ์
-การเรียงรูปประโยค
4.Pragmatic
-คือระบบการนำไปใช้
-ใช้ภาษาให้ถูกต้องตามสถานการณ์และกาลเทศะ
      แนวคิดการศึกษา
1.แนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม
        ทฤษฎีการเรียนรู้ของ skinner
-สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางภาษา
-ให้ความสำคัญกับสิ่งเร้าและการตอบสนอง
      Jon B. Watson
-ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก
-การวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็ก เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้และผู้ใหญ่สามารถที่จะวางเงื่อนไขให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ไดทุกพฤติกรรม
       นักพฤติกรรมนิยมเชื่อว่า
-ภาษาเป็นกระบวนการภายในของมนุษย์
-การเรียนภาษาเป็นผลจากการปรับพฤติกรรมโดยสิ่งแวดล้อม
-เด็กเกิดมาโดยมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษา
-เด็กจะสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรม เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว
-เมื่อได้รับแรงเสริม จะทำให้เด็กเลียนแบบตัวแบบมากขึ้น
2.แนวคิดกลุ่มพัฒนาการทางสติปัญญา
        Piaget
-เด็กจะเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
-ภาษาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นระดับพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก
       Vygotsky
-เด็กเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
-สังคม บุคคลรอบข้าง มีผลต่อการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
-เน้นบทบาทของผู้ใหญ่
-ผู้ใหญ่ควรชี้แนะและขยายประสบการณ์ด้านภาษาของเด็ก
3.แนวคิดกลุ่มที่เชื่อเรื่องความพร้อมทางร่างกาย
      Arnold  Gesell
-เน้นความพรอมทางด้านร่างกายในการใชภาษา
-ความพร้อม วุฒิภาวะของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน
-เด็กบางคนอาจมีความพร้อมทางร่างกายในการใช้ภาษาได้เร็ว
-เด็กบางคนอาจมีปัญหาอวัยวะบางส่วนที่ใช้ภาษาในการสื่อสารบกพร่อง
4.แนวคิดกลุ่มที่เชื่อว่าภาษาติดตัวมาตั้งแต่เกิด
      Noam Chmsky
-ภาษาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในตัวของมนุษย์
-การเรียนรู้ภาษาข้นอยู่กับวัตถุภาวะ
-มนุษย์เกิดมาโดยมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษามาตั้งแต่เกิด เรียกว่า LAD (Language Acquisition Device)
        แนวคิดของ O.Hobart  Mowrer
-คิดค้นทฤษฎความพึงพอใจ
ความสามรถในการฟังและความเพลิดเพลินจากการได้ยินเสียงผู้อื่นและเสียงตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางภาษา
       แนวทางมโนการจัดประสบการณ์ทางภาษา
-เป็นสิ่งที่สะท้อนปรัชญาและความเชื่อของครูเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
-นำไปสู่การกำหนดกระบวนการที่ใช้อย่างแตกต่างกัน
Richard and Rodger (1995) ไดแบ่งกลุ่มมุมมองต่อภาษาในการจัดประสบการณ์เป็น3กลุ่ม ดังนี้
1.มุมมองด้านโครงสร้างของภาษา
-นำองค์ประกอบย่อยองภาษามใช้ในการสื่อความสื่อความหมาย
-เสียง ไวยากรณ์ การประกอบคำที่เป็นวลี หรือประโยค
2.มุมมองด้านหน้าที่ของภาษา
-เชื่อว่าภาษาเปนเรื่องมือสำหรับสื่อความหมาย
-การจัดประสบการณ์เน้นการสื่อความหมาย
-ไม่ได้ละทิ้งแบบแผนหรือไวยากรณ์
3.มุมมองด้านปฏิสัมพันธ์
-เชื่อว่าภาษาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม
-การแลกเปลี่ยนแปลงประสบการณ์
-เด็กมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการใช้ภาษา






                                   
                                       เป็นรูปสิ่งที่ข้าพเจ้าวาดในกิจกรรม สิ่งที่รักที่สุดในวัยเด็ก